Our Services

Latest Knowledge Updates

การตั้งค่า Google Admin Console สำหรับองค์กรใหม่ (เริ่มต้น)

6 February 2026

หลังจากสมัคร Google Workspace และสร้าง Tenant ขององค์กรเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่แอดมินควรทำเป็นอย่างแรก ๆ คือการเข้าไปตั้งค่า “พื้นฐานระบบ” ใน Google Admin Console ให้ตรงกับองค์กรของเรา เช่น ชื่อบริษัท ภาษา เขตเวลา และข้อมูลองค์กรอื่น ๆ การตั้งค่าเหล่านี้เปรียบเหมือน “จัดบ้านก่อนเข้าอยู่” เพราะจะเป็นค่ากลางของทั้งระบบ ใช้ร่วมกันกับผู้ใช้ทุกคนในองค์กร ช่วยลดปัญหาอย่างเช่น เวลาในปฏิทินเพี้ยน ภาษาเมนูไม่ตรงกับคนใช้งานจริง หรือข้อมูลองค์กรแสดงไม่ถูกต้องในบริการต่าง ๆ ของ Google คู่มือนี้จะพาเดินทีละขั้น แบบไม่ลงลึก ใช้ได้กับแอดมินมือใหม่ที่เพิ่งเข้า admin.google.com ครั้งแรก อ่านแล้วทำตามได้เลย ขั้นตอนการตั้งค่า Admin Console เบื้องต้น หมายเหตุ: หน้าตาเมนูอาจมีเปลี่ยนเล็กน้อยตามเวอร์ชัน แต่โครงหลักจะใกล้เคียงกัน การตั้งค่าข้อมูลองค์กร (Profile ขององค์กร) ให้ Login เข้าสู่หน้า Admin Console ด้วย URL: admin.google.com ล็อกอินด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ (Admin) ของ Google Workspace จากนัันคลิก Next ใส่รหัสผ่านของแอดมินจากนั้นกดปุ่ม Next ที่เมนูด้านซ้าย มองหาเมนู “Account” => “Account settings” คลิกที่ “Profile” ที่ Name ให้คลิกที่รูปดินสอด้านหลัง จากนั้นใส่/เปลี่ยนชื่อองค์การของคุณเมื่อเรียบร้อยแล้วกด “SAVE” ตั้งค่าภาษาเริ่มต้น (Default language) เพื่อให้เมนูและบริการสอดคล้องกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ควรกำหนดภาษาเริ่มต้นขององค์กรก่อน ที่ “Profile” เลื่อนลงมาด้านล่างจนพบกับ “Language and Timezone” ที่ “Language” คลิกรูปดินสอ จากนั้นคลิกที่ ลูกศรลง เลือกภาษาที่ต้องการ เมื่อเรียบร้อยแล้ว กด “SAVE” เพื่อบันทึกการตั้งค่า ผู้ใช้แต่ละคนยังสามารถไปตั้งค่าภาษาของบัญชี Google ตนเองได้ในภายหลัง แต่การตั้งค่าระดับองค์กรนี้ช่วยให้ทิศทางเริ่มต้นตรงกัน ตั้งค่าเขตเวลา (Time zone) เขตเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมีผลกับ Calendar, เวลาใน Gmail และ Log ต่าง ๆ ซึ่งสามารถไปตั้งค่าได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้ ที่ “Profile” เลื่อนลงมาด้านล่างจนพบกับ “Language and Timezone” ที่ “Timezone” คลิกรูปดินสอ จากนั้น Country: เลือกประเทศ Timezone: เลือกเวลา จากนั้นกด “SAVE” เพื่อบันทึกการตั้งค่า จากนี้ไป บริการหลักของ Google Workspace จะใช้เขตเวลานี้เป็นค่ากลาง (แม้ผู้ใช้แต่ละคนยังตั้งค่าเขตเวลาของตัวเองได้ใน Google Calendar แต่การกำหนดค่า default ให้ถูกตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหานัดประชุมเวลาไม่ตรงกัน) ตรวจค่าทั่วไปที่ควรรู้ หลังจากตั้งชื่อองค์กร ภาษา และเขตเวลาแล้ว แนะนำให้แอดมินใหม่ลองเดินดูเมนูหลัก ๆ ให้คุ้นหน้าจอก่อน เช่น Users (ผู้ใช้) ดูว่าตอนนี้มีบัญชีอะไรอยู่บ้าง รู้ตำแหน่งเมนูเผื่อสร้าง User เพิ่มในอนาคต Apps > Google Workspace เห็นรายการบริการที่เปิดให้ใช้ เช่น Gmail, Drive, Meet, Calendar ยังไม่ต้องปรับ Policy แค่ดูให้คุ้นว่าบริการหลักอยู่ตรงไหน Billing (การเรียกเก็บเงิน) ตรวจดูประเภทแพ็กเกจ (เช่น Business Starter, Business Standard ฯลฯ) ในขั้นต้นนี้ ขอให้ “สำรวจหน้าบ้าน” ก่อน ยังไม่ต้องไปยุ่งกับ Security, 2-Step Verification หรือการตั้งค่า SSO ให้ซับซ้อน การตั้งค่าเริ่มตันใน Admin Console สำหรับองค์กรใหม่บน Google Workspace ไม่ได้ซับซ้อนมาก ถ้าแบ่งทีละขั้นแบบนี้ หลังจากสร้าง Tenant ใหม่ สิ่งที่ควรทำคือ เข้าสู่ admin.google.com ด้วยบัญชีแอดมิน ตั้งค่า ข้อมูลองค์กร (Profile) ให้ถูกต้อง เช่น ชื่อบริษัท ประเทศ ที่อยู่ และอีเมลติดต่อ กำหนด ภาษาเริ่มต้น ให้เหมาะกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ในองค์กร ตั้งค่า เขตเวลา (Time zone) ให้ตรงกับประเทศที่ใช้งานจริง เช่น Asia/Bangkok สำรวจเมนูหลักอย่าง Users, Apps, Billing เพื่อให้คุ้นกับหน้าตา Admin Console เมื่อฐานเหล่านี้ถูกตั้งให้เรียบร้อย การจะต่อยอดไปสู่การสร้างผู้ใช้ การย้ายอีเมลเข้า Google Workspace หรือการตั้งค่าความปลอดภัยเพิ่มเติมก็จะง่ายและเป็นระบบมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งปรับย้อนทีหลังให้ยุ่งยาก การตั้งค่าเริ่มต้นของ Google Workspace สำคัญมาก เพราะเป็นจุดตั้งต้นของทั้งระบบ ถ้าองค์กรของคุณ เพิ่งเริ่มใช้ Google Workspace และอยากตั้งค่า Tenant ให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ต้องการช่วยวางโครงสร้างผู้ใช้ แผนก และสิทธิ์การเข้าถึง อยากย้ายอีเมลจากระบบเดิม (เช่น cPanel, Plesk, ระบบโฮสติ้งอื่น) มาอยู่บน Google Workspace ทีมงาน hostatom สามารถช่วยดูแลให้ครบ ตั้งแต่การเตรียมโดเมน, ตั้งค่า Admin Console เบื้องต้น, จนถึงการ migrate อีเมลและเทรนนิ่งการใช้งานให้กับทีมงานของคุณ หากองค์กรของคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยวางระบบและดูแล Google Workspace อย่างครบวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นใช้งานไปจนถึงการดูแลต่อเนื่องระยะยาว 👉 ดูรายละเอียดบริการได้ที่Google Workspace โดย hostatom – https://www.hostatom.com/google-workspace/

Read More »

สิทธิ์ไฟล์ (Permission) คืออะไร? สำคัญกับความปลอดภัยของเว็บไซต์ยังไง?

3 February 2026

เวลาที่เราจัดการไฟล์เว็บไซต์ผ่าน FTP หรือ File Manager หลายคนอาจเคยเห็นตัวเลขอย่าง 644, 755 หรือ 777 แล้วรู้สึกงงว่า… ตัวเลขพวกนี้เอาไว้ทำอะไร? ตั้งผิดจะเกิดอะไรขึ้น? เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเว็บไซต์จริงไหม? ตัวเลขเหล่านี้คือ สิทธิ์ไฟล์ (Permission) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่สำคัญมากของการดูแลเว็บไซต์ และเป็นสาเหตุของปัญหายอดฮิต อย่างเว็บเข้าไม่ได้ Error 403 หรือแม้แต่เว็บโดนแฮก บทความนี้จะช่วยอธิบายให้คุณเข้าใจว่า Permission คืออะไร ใช้ยังไง และควรตั้งค่าแบบไหนถึงจะปลอดภัย สิทธิ์ไฟล์ (Permission) คืออะไร? สิทธิ์ไฟล์หรือ File Permission คือการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์บนเซิร์ฟเวอร์ ว่าผู้ใช้งานสามารถทำอะไรกับไฟล์นั้นได้บ้าง โดยบนระบบโฮสติ้งที่ใช้ Linux ซึ่งเป็นระบบที่นิยมมากที่สุด จะใช้ตัวเลขเพื่อควบคุมสิทธิ์ไฟล์ว่า ใครอ่านไฟล์ได้ (Read) ใครแก้ไขไฟล์ได้ (Write) ใครรันไฟล์ได้ (Execute) เปรียบง่าย ๆ สิทธิ์ไฟล์ก็เป็นเหมือน “ระบบล็อกประตูไฟล์” ของเว็บไซต์ที่… หากล็อกหลวมเกินไป ไม่ว่าใครก็เข้ามาแก้ได้ หากล็อกแน่นเกินไป เว็บก็อาจใช้งานไม่ได้ สิทธิ์ไฟล์แบ่งการควบคุมออกเป็นกี่ส่วน? การกำหนดสิทธิ์ไฟล์จะแบ่งการควบคุมจากผู้ใช้งาน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. เจ้าของไฟล์ (Owner) ผู้ใช้ที่เป็นเจ้าของไฟล์นั้น โดยปกติจะเป็นบัญชี Hosting ของเราเอง 2. กลุ่มผู้ใช้ (Group) กลุ่มผู้ใช้งานที่อยู่ในระบบเดียวกัน เช่น ระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือผู้ใช้งานที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน 3. บุคคลอื่น (Others) ทุกคนที่ไม่ใช่ Owner และไม่อยู่ใน Group ซึ่งตรงนี้จะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยมากที่สุด โดยแต่ละกลุ่มผู้ใช้งานจะมีการแบ่งสิทธิ์พื้นฐานออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ 1. อ่านไฟล์ (Read) เปิดดูเนื้อหาไฟล์ได้ เว็บเซิร์ฟเวอร์ต้องใช้สิทธิ์นี้ในการแสดงหน้าเว็บ 2. เขียน/แก้ไขไฟล์ (Write) แก้ไขไฟล์ เพิ่ม หรือลบข้อมูลในไฟล์ หากเปิดสิทธิ์นี้ให้คนอื่นมากเกินไป อาจทำให้ไฟล์ถูกแก้ไขหรือฝังโค้ดอันตรายได้ 3. รันไฟล์/เข้าถึงโฟลเดอร์ (Execute) สำหรับไฟล์จะหมายถึงการใช้รันสคริปต์ สำหรับโฟลเดอร์จะหมายถึงการใช้เข้าไปในโฟลเดอร์ หากโฟลเดอร์ไม่มีการกำหนดการเข้าถึง เว็บไซต์จะไม่สามารถเข้าถึงไฟล์ด้านในได้ ตัวเลขสิทธิ์ไฟล์มาจากไหน (ทำไมถึงต้องเป็น 644, 755) ตัวเลขสิทธิ์ไฟล์ (Permission) มาจากการการรวมค่าสิทธิ์ระหว่าง Read = 4 Write = 2 Execute = 1 ตัวอย่างเช่น 4 + 2 = 6 หมายความว่า สามารถอ่าน และเขียน/แก้ไขไฟล์ได้ 4 + 1 = 5 หมายความว่า สามารถอ่าน และรันไฟล์/เข้าถึงโฟลเดอร์ได้ 2 + 1 = 3 หมายความว่า สามารถเขียน/แก้ไขไฟล์ และรันไฟล์/เข้าถึงโฟลเดอร์ได้ (แทบไม่ได้นำมาใช้งานจริง เนื่องจากเว็บต้องอ่านไฟล์ได้เป็นพื้นฐาน) 0 หมายความว่า ไม่มีสิทธิ์ใด ๆ เลย โดยตัวเลขทั้ง 3 หลักจะหมายถึงสิทธิ์ของ เจ้าของไฟล์ (Owner) กลุ่มผู้ใช้ (Group) และบุคคลอื่น (Others) ตามลำดับ สิทธิ์ไฟล์ที่มักพบและใช้งานอยู่บ่อย ๆ 664 (สำหรับไฟล์ทั่วไป) เจ้าของไฟล์ (Owner) สามารถอ่าน + เขียน/แก้ไขไฟล์ได้ กลุ่มผู้ใช้ (Group) และบุคคลอื่น (Others) สามารถอ่านได้อย่างเดียว มักใช้กับ ไฟล์ .html, .php, .css, .js 755 (สำหรับโฟลเดอร์) เจ้าของไฟล์ (Owner) สามารถอ่าน + เขียน/แก้ไข + เข้าถึงได้ กลุ่มผู้ใช้ (Group) และบุคคลอื่น (Others) สามารถอ่าน + เข้าถึงได้ หากโฟลเดอร์ไม่ได้กำหนดสิทธิ์เป็น 755 เว็บอาจเข้าไปอ่านไฟล์ด้านในไม่ได้ 777 (อันตรายที่สุด) ทุกคน สามารถอ่าน + เขียน + เข้าถึงได้ทั้งหมด ไม่แนะนำให้ใช้อย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ สามารถแก้ไขไฟล์เว็บไซต์ของคุณได้ทันที ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักให้ เว็บโดนฝังมัลแวร์ เว็บโดนแฮก ไฟล์ถูกแก้โดยไม่รู้ตัว สิทธิ์ไฟล์สำคัญกับความปลอดภัยของเว็บไซต์ยังไง? 1. ลดความเสี่ยงจากการถูกแก้ไขไฟล์ การกำหนดสิทธิ์ไฟล์ที่เหมาะสม จะช่วยจำกัดสิทธิ์เฉพาะที่จำเป็น ทำให้แฮกเกอร์ไม่สามารถเข้ามาเขียนหรือแก้ไขไฟล์ได้ง่าย ๆ 2. ป้องกันมัลแวร์และ Backdoor มัลแวร์จำนวนมากมักอาศัยโฟลเดอร์ที่สามารถ “เขียนได้” หากกำหนดสิทธิ์ได้หนาแน่นพอ มัลแวร์จะไม่สามารถสร้างไฟล์ใหม่ได้ 3. ป้องกันเว็บ Error การกำหนดสิทธิ์ที่ผิดอาจทำให้เกิด 403 Forbidden เว็บโหลดไม่ขึ้น ระบบอัปโหลดไฟล์ไม่ทำงาน โดยการตั้งค่าสิทธิ์ให้เหมาะสมจะช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้เสถียรและปลอดภัยไปพร้อมกัน แนวทางการตั้งสิทธิ์ไฟล์ 755 โฟลเดอร์ 644 ไฟล์ทั่วไป 600 ไฟล์สำคัญ 640 ไฟล์ระบบที่ต้องให้บาง service อ่านได้ 700 โฟลเดอร์ส่วนตัว สามารถตั้งสิทธิ์ไฟล์ได้จากที่ไหนบ้าง? คุณสามารถตั้งสิทธิ์ไฟล์ได้ทั้งจาก FTP Client เช่น FileZilla, WinSCP, Cyberduck File Manager ใน DirectAdmin, cPanel, Plesk การกำหนดสิทธิ์ไฟล์ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลเว็บไซต์ ที่แม้จะดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่ก็มีผลโดยตรงกับ ความปลอดภัย ความเสถียร การป้องกันเว็บโดนแฮก โดยหากเข้าใจและตั้งค่าสิทธิ์ไฟล์ได้ถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยลดปัญหาจุกจิก และดูแลเว็บได้มั่นใจมากขึ้น หากคุณกำลังมองหาเว็บโฮสติ้งที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจ Web Hosting ของเราได้ที่👉 https://www.hostatom.com/web-hosting

Read More »

วิธีย้ายไฟล์หรือโฟลเดอร์ด้วย File Manager ใน DirectAdmin

2 February 2026

การจัดการไฟล์บน Web Hosting เป็นเรื่องที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องเจออยู่บ่อย ไม่ว่าจะเป็นการย้ายไฟล์เว็บ ย้ายโฟลเดอร์รูปภาพ หรือจัดระเบียบไฟล์ภายในระบบ โดยผู้ที่ใช้ DirectAdmin สามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่าน File Manager โดยไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรม FTP เพิ่มเติมตามขั้นตอนต่อไปนี้ เริ่มจาก login เข้าใช้งาน DirectAdmin คลิกที่ File Manager ในหมวด SYSTEM INFO & FILES ไปยังตำแหน่งของไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการย้าย กรณีที่ย้ายทีละไฟล์/โฟลเดอร์ คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการย้าย คลิกที่ Move กำหนดรายละเอียดการย้ายไฟล์ที่ต้องการ เมื่อเสร็จแล้วให้คลิกที่ MOVE Destination เลือกตำแหน่งที่ต้องการย้ายไฟล์หรือโฟลเดอร์ (จากรูปตัวอย่างจะเป็นการย้ายไฟล์ test-file.txt ไปยังโฟลเดอร์ test-folder) Overwrite เลือกว่าต้องการให้เขียนทับไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่มีอยู่แล้วหรือไม่ ระบบจะแจ้งว่าได้ย้ายไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าวไปยังตำแหน่งที่เลือกแล้ว กรณีที่ย้ายทีละหลายไฟล์/โฟลเดอร์ ติ๊ก √ ที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการย้าย คลิกที่ Move กำหนดรายละเอียดการย้ายไฟล์ที่ต้องการ เมื่อเสร็จแล้วให้คลิกที่ MOVE Destination เลือกตำแหน่งที่ต้องการย้ายไฟล์หรือโฟลเดอร์ (จากรูปตัวอย่างจะเป็นการย้ายไฟล์ test-file.txt และโฟลเดอร์ test-folder ไปยังโฟลเดอร์ cgi-bin) Overwrite เลือกว่าต้องการให้เขียนทับไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่มีอยู่แล้วหรือไม่ ระบบจะแจ้งว่าไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าวได้ถูกย้ายไปยังตำแหน่งที่เลือกแล้ว ข้อควรระวัง หลังจากย้ายไฟล์หรือโฟลเดอร์แล้ว ควรตรวจสอบสิทธิ์ (Permission) ของไฟล์อีกครั้ง โดยเฉพาะไฟล์เว็บไซต์ เพราะหากตั้งค่า Permission ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เว็บไซต์ไม่สามารถแสดงผลหรือใช้งานได้ตามปกติ หากคุณกำลังมองหาเว็บโฮสติ้งที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจ Web Hosting ของเราได้ที่👉 https://www.hostatom.com/web-hosting

Read More »

What Our Users Say

tososay.com

ประทับใจในตลอดทุกการใช้งานที่มีมาตลอด กับ Hostatom ครับ

นอกจากใช้บริการพื้นที่และระบบแล้ว ทีมงานยังใส่ใจ เข้าใจ และรับฟัง การทำงานร่วมกันแม้ว่าจะเป็นระบบหน้าบ้าน ทีมงานก็ให้คำแนะนำที่จะใช้งานกับระบบหลังบ้านหรือโฮสต์ได้อย่างดี ขอบคุณที่ให้บริการมาตลอดครับ แนะนำสำหรับมือใหม่ และมืออาชีพ ไว้วางใจ hostatom ได้ครับ

nailekcook.com

ที่นี่บริการดีมากกกกค่ะ 10/10 ไม่หักคะแนนเลย

ช่วยเหลือ 24 ชม.จริงๆ ให้คำแนะนำ แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้รวดเร็ว พี่ๆ เทคนิค และพี่ๆแอดมิน พูดจาดีมาก ลูกค้าไม่เข้าใจก็พยายามอธิบาย ไม่ผิดหวังเลยค่ะ

guiaespanolentailandia.com

ทีมงานซัพพอร์ตให้บริการดีมากครับ

ผมพึ่งศึกษาการทำเว็บมีปัญหาอะไรทีมซัพพอร์ตของ hostatom ช่วยได้ตลอดเลย ให้คำปรึกษาดี และตอบไวมากเลยครับ