Our Services

Latest Knowledge Updates

สรุป Plesk Life Cycle Policy ฉบับเข้าใจง่าย

5 January 2026

Plesk Life Cycle Policy คืออะไร? ถ้าให้พูดแบบง่ายที่สุด Life Cycle Policy คือ “เวอร์ชันไหนของ Plesk ยังได้อัปเดตหรือได้ซัพพอร์ต และเวอร์ชันไหนถือว่าเลิกดูแลแล้ว (EOL)” เหตุผลก็เหมือนซอฟต์แวร์ตัวอื่น ๆ: เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ถ้าใช้เวอร์ชันเก่าไปเรื่อย ๆ จะ เสี่ยงเรื่องความปลอดภัย เสียโอกาสได้ฟีเจอร์ใหม่ ทีม Plesk เองก็ต้องโฟกัสกับเวอร์ชันปัจจุบันให้ดีที่สุด นโยบายนี้จึงบอกเรา 3 อย่างหลัก ๆ: Plesk ออกเวอร์ชันใหม่อย่างไร เวอร์ชันไหน “ยังซัพพอร์ตเต็ม” / “ซัพพอร์ตแบบต่ออายุ (Extended)” / “หมดอายุ (EOL)” ระบบปฏิบัติการ (OS) แบบไหนที่ Plesk ยังรองรับ จาก “อัปเกรดเวอร์ชันใหญ่ทุกปี” → “อัปเดตเป็นรอบเดือน” เมื่อก่อน Plesk จะมี เวอร์ชันใหญ่ (major version) ใหม่ทุก ๆ ปี เช่น 12.x → 17.x แล้วคนใช้ก็ต้องคอยอัปเกรดข้ามเวอร์ชันใหญ่เอง แต่ตั้งแต่ Plesk Obsidian (18.x) เป็นต้นมา Plesk เปลี่ยนแนวคิดเป็น: ยึดเวอร์ชันใหญ่ตัวเดียวคือ 18.x แล้วออกอัปเดตย่อยรายเดือน (18.0.xx) แทน การออกเวอร์ชันใหญ่ใหม่เรื่อย ๆ ประโยชน์ของรูปแบบใหม่นี้ ไม่ต้องปวดหัวอัปเกรดข้ามเวอร์ชันใหญ่ทุกปี ได้ฟีเจอร์ใหม่ / ปรับปรุงต่าง ๆ ทยอยเข้ามาเร็ว อุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้ต่อเนื่อง Performance ดีขึ้นเรื่อย ๆ ลดโอกาสข้อมูลลูกค้าเสี่ยง เพราะระบบอัปเดตทันสมัยอยู่เสมอ สรุปง่าย ๆ: ถ้าเปิด Auto Update ไว้ Plesk จะค่อย ๆ ขยับเป็นเวอร์ชันล่าสุดให้เองในสาย 18.x ตลอด กฎสำคัญเรื่องการอัปเดตและการซัพพอร์ต ตรงนี้สำคัญมากสำหรับ Admin/ผู้ให้บริการโฮสติ้ง: Plesk จะรับเคสซัพพอร์ตเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ที่ “อัปเดตถึงเวอร์ชันที่รองรับ” เท่านั้น ถ้าคุณปิด Auto Update → จะ ไม่ได้รับ security patch / hotfix / update ต่าง ๆ Plesk เขียนชัดว่า เจ้าของเซิร์ฟเวอร์ต้องรับผิดชอบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเอง Plesk ไม่รับผิดชอบหากโดนโจมตี สำหรับ Obsidian (18.x) เงื่อนไขคือ: Plesk ให้ patch / ซัพพอร์ต เฉพาะ เวอร์ชันย่อยล่าสุด (เช่น 18.0.17) และ เวอร์ชันย่อยก่อนหน้า 1 รุ่น (เช่น 18.0.16) เวอร์ชันย่อยที่เก่ากว่านั้นจะไม่ได้รับการซัพพอร์ตโดยตรงอีกต่อไป ยกตัวอย่าง: สมมติคุณติดตั้ง Plesk 18.0.15 เดือนถัดไปมี 18.0.16 ออกมา → ถ้าคุณติดตั้งใหม่ จะหา 18.0.15 ไม่เจอแล้ว เพราะระบบจะให้ตัวล่าสุด 18.0.15 ยังถือว่าสนับสนุนจนกว่าจะออก 18.0.17 (คือล่าสุด + ก่อนหน้า) ตารางอายุเวอร์ชัน Plesk (Version Lifecycle) ในหน้า Lifecycle Policy มีตารางสรุปว่า Plesk แต่ละเวอร์ชัน “ออกเมื่อไหร่ / เข้าช่วง Extended เมื่อไหร่ / หมดอายุเมื่อไหร่” เช่น Plesk Obsidian (18.x) ออก: 4 มิ.ย. 2019 ยังไม่มีช่วง Extended / EOL (เพราะเป็นเวอร์ชันหลักปัจจุบัน) Plesk Onyx (17.x) ออก: 11 ต.ค. 2016 เข้า Extended Support: 11 ต.ค. 2020 หมดอายุ (EOL): 20 เม.ย. 2021 Plesk 12, 11, 10, 9, 8, 7 และเก่ากว่านั้น ทั้งหมดอยู่ในสถานะ End of Life แล้ว (ไม่ได้พัฒนา/แพตช์/รับซัพพอร์ตอีกต่อไป) คำศัพท์ที่ควรรู้ General Availability (GA) – ช่วงที่เวอร์ชันออกใช้ปกติ ได้ฟีเจอร์ใหม่ แพตช์ และซัพพอร์ตเต็ม Extended Support – ช่วงต่ออายุ ยังมีแพตช์เฉพาะเรื่องวิกฤต / ช่องโหว่สำคัญ ไม่มีฟีเจอร์ใหม่แล้ว ไม่ขาย license ใหม่สำหรับเวอร์ชันนั้นแล้ว (ในกรณีบางตัว เช่น Onyx) End-of-Life (EOL) – หมดอายุ ไม่ได้แพตช์เพิ่มแล้ว แม้ช่องโหว่ใหญ่ ไม่รับเคสซัพพอร์ตสำหรับเวอร์ชันนั้นอีก (นอกจากช่วยเรื่องย้ายไปเวอร์ชันใหม่) เรื่อง OS ก็สำคัญไม่แพ้เวอร์ชัน Plesk ไม่ใช่แค่ตัว Plesk เองที่มี Life Cycle Policy แต่ ระบบปฏิบัติการ (OS) ที่ติดตั้ง Plesk อยู่ก็มีอายุเหมือนกัน หน้า policy จะมีตาราง OS แต่ละตัว และวันที่ Vendor จะหยุดซัพพอร์ต เช่น Ubuntu, Debian, AlmaLinux, RHEL, Windows Server ฯลฯ หลักคิดคือ: “ถ้า OS หมดอายุ / ไม่ได้แพตช์จาก Vendor แล้วPlesk ก็ไม่รองรับการซัพพอร์ตบน OS นั้นเช่นกัน” ดังนั้น ถ้าคุณรัน Plesk บน OS เก่า เช่น CentOS 7 / CloudLinux 7 / Ubuntu 18.04 / Debian 10ก็ต้องดูด้วยว่า OS นั้นอยู่ในสถานะอะไร Extended Lifecycle Support (ELS) คืออะไร? สำหรับบาง OS ที่หมดอายุจากฝั่ง Vendor แล้ว แต่ยังมีคนใช้งานเยอะ เช่น CentOS 7, CloudLinux 7, Ubuntu 18.04, Debian 10, Ubuntu 20.04 Plesk มีโปรแกรมชื่อ Extended Lifecycle Support (ELS) ให้ใช้เป็นช่วงต่อเวลา แนวคิดคือ: Plesk ยังส่งอัปเดต Obsidian ให้ตามรอบปกติ มีการเสริม security patch ผ่านพันธมิตรอย่าง TuxCare (ยกเว้น Debian 10 ที่ไม่ได้ใช้ TuxCare) ช่วงเวลาของ ELS เช่น CentOS 7 / CloudLinux 7: 1 ก.ค. 2024 – 1 ม.ค. 2027 Debian 10, Ubuntu 18.04: 1 ต.ค. 2024 – 1 ม.ค. 2027 Ubuntu 20.04: 1 ส.ค. 2025 – 1 ม.ค. 2028 ELS ทำให้ผู้ใช้มี “เวลาหายใจหายคอ” เพิ่มขึ้นก่อนจะต้องย้ายไป OS ใหม่ แต่โดยหลัก Plesk ก็ยังแนะนำให้ ย้ายไป OS ที่ยัง Support อยู่จริง ๆ ให้เร็วที่สุด ถ้าใช้ Plesk บน OS ที่ไม่รองรับแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น? จาก policy: Plesk จะไม่รับเคสซัพพอร์ต สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ OS ที่อยู่นอกตาราง “Currently Supported OSes” จะ ไม่ออกแพตช์ซอฟต์แวร์ สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ OS หมดอายุ ถ้าทั้ง Plesk version และ OS อยู่ในสถานะเก่า/หมดอายุ → คุณแทบจะต้อง “ย้าย” อย่างเดียว หากต้องการกลับเข้าสู่สถานะรองรับ อย่างไรก็ดี ในหน้า policy ก็เขียนว่า สำหรับเวอร์ชันเก่า บางกรณี Plesk จะพยายามช่วยซัพพอร์ตเฉพาะเรื่อง “การย้ายไปเวอร์ชัน/สภาพแวดล้อมที่รองรับ” เท่านั้น ไม่ได้ช่วยซ่อมระบบเดิมให้ สรุปแบบสั้น ๆ สำหรับคนดูแลเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Plesk ใช้ Plesk Obsidian (18.x) + เปิด Auto Update ได้ฟีเจอร์ใหม่และแพตช์ความปลอดภัยต่อเนื่อง อยู่ในเงื่อนไขรับซัพพอร์ตจาก Plesk ตรวจทั้งเวอร์ชัน Plesk และเวอร์ชัน OS เสมอ เช็กจากหน้า Lifecycle Policy ว่า OS ที่ใช้อยู่ยังได้รับการซัพพอร์ตไหม ถ้า OS ใกล้หมดอายุ ให้วางแผนย้ายก่อนถึงเส้นตาย ถ้าเลี่ยงไม่ได้ต้องอยู่กับ OS เก่า → พิจารณา ELS ใช้ Extended Lifecycle Support เพื่อให้ยังได้แพตช์/ซัพพอร์ตต่อระยะหนึ่ง แต่ควรมองว่าเป็น “ช่วงต่อเวลา” ไม่ใช่ตัวแก้ปัญหาถาวร ปิด Auto Update = รับความเสี่ยงเองเต็ม ๆ ไม่ได้ security patch มีสิทธิ์หลุดจากเงื่อนไขการซัพพอร์ต ถ้าจำแค่ 4 ข้อนี้ได้ คุณก็เข้าใจใจความหลักของ Plesk Life Cycle Policy แล้วครับ ว่ามันไม่ได้เป็นเอกสารทางการเฉย ๆ แต่คือ “คู่มือบอกเราว่าจะใช้ Plesk ให้ปลอดภัยและได้การซัพพอร์ตต่อเนื่อง ต้องอยู่ในเส้นไหนบ้าง” สำหรับผู้ที่ใช้ Plesk บนเซิร์ฟเวอร์หรือ Cloud VPS การเข้าใจ Plesk Life Cycle Policy จะช่วยให้วางแผนอัปเกรดเวอร์ชัน Plesk และระบบปฏิบัติการ (OS) ได้ถูกจังหวะ ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มอย่างโปรแกรม ELS ในอนาคต hostatom ให้บริการ Cloud VPS และ Web Hosting บนเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูง พร้อมตัวเลือก Control Panel อย่าง Plesk และทีมงานช่วยดูแลเรื่องเวอร์ชัน Plesk/OS, การอัปเกรด และการย้ายระบบอย่างปลอดภัย เหมาะทั้งสำหรับเว็บธุรกิจและผู้ให้บริการที่ต้องการระบบเสถียรและอัปเดตตามมาตรฐาน Plesk เสมอ สนใจดูรายละเอียดบริการที่เกี่ยวข้อง: Cloud VPS โดย hostatom → https://www.hostatom.com/cloud-vps/ hostatom.com Web Hosting โดย hostatom → https://www.hostatom.com/web-hosting/

Read More »

ประกาศค่าธรรมเนียม ELS สำหรับ Plesk บน Ubuntu 20.04 ปี 2026

25 December 2025

🔔 ประกาศ: การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ELS สำหรับผู้ใช้งาน Plesk บน Ubuntu 20.04 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ทาง hostatom ขอแจ้งให้ทราบว่า ระบบปฏิบัติการ Ubuntu 20.04 ที่ใช้งานร่วมกับ Plesk ได้เข้าสู่โปรแกรม ELS (Extended Lifecycle Support) แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2025 เนื่องจากระบบดังกล่าวเข้าสู่สถานะ End Of Life ในช่วง Free Period ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2025 – 31 ธันวาคม 2025 จะยังไม่มีการคิดค่าธรรมเนียม ELS แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป Plesk จะเริ่มเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ELS สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ยังใช้งานบน Ubuntu 20.04 และทางบริษัท hostatom จำเป็นต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามโครงสร้างราคาของ Plesk (รายละเอียดจะประกาศผ่านเว็บไซต์ hostatom อีกครั้ง) แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป Plesk จะเริ่มเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ELS สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ยังใช้งานบน Ubuntu 20.04 และทางบริษัท hostatom จำเป็นต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามโครงสร้างราคาของ Plesk (รายละเอียดจะประกาศผ่านเว็บไซต์ hostatom อีกครั้ง) เพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมดังกล่าว ขอแนะนำให้ลูกค้า อัปเกรด OS ไปเป็นเวอร์ชันที่ยังอยู่ในระยะซัพพอร์ตของ Plesk ให้เรียบร้อย ภายในเดือนธันวาคม 2025 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ELS Program ของ Ubuntu 20.04 สามารถดูได้ที่:👉 https://docs.plesk.com/en-US/obsidian/faq/#s3q2

Read More »

Extended Lifecycle Support OS Ubuntu 20.04 จาก Plesk

25 December 2025

ถ้าคุณใช้ Plesk บน Ubuntu 20.04 อยู่ (เช่น VPS หรือ Cloud Server ที่มี Plesk Obsidian) บทความนี้สำคัญมาก เพราะตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป จะมีการเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ELS (Extended Lifecycle Support) เพิ่มเข้ามา พูดง่าย ๆ คือ Ubuntu 20.04 หมดระยะซัพพอร์ตจากฝั่ง Ubuntu เอง (End of Support) แล้วPlesk เลยต้องใช้โปรแกรม ELS มาช่วยยืดอายุการซัพพอร์ตให้ต่อไป ซึ่ง “มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม” ข่าวดีคือ ช่วง 1 สิงหาคม 2025 – 31 ธันวาคม 2025 ยังเป็น ช่วงฟรี (ELS Free Period) แต่หลังจากนั้นตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป จะเริ่มคิดค่าธรรมเนียม ELS สำหรับ Server ที่ยังใช้ Ubuntu 20.04 ร่วมกับ Plesk อยู่ โดยผู้ให้บริการ จะต้องเรียกเก็บตามโครงสร้างราคาของ Plesk บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า ELS คืออะไร ทำไมต้องมีค่าธรรมเนียม ไทม์ไลน์ ELS ของ Ubuntu 20.04 แบบเป็นเส้นเวลา หมายความว่า “เงินในบิลของคุณ” จะเปลี่ยนไปยังไง ถ้าไม่อยากโดนเก็บ ELS ต้องทำอะไรภายในสิ้นปี 2025 แนะนำทางเลือกในการอัปเกรด OS และลิงก์ข้อมูลเพิ่มจาก Plesk อ้างอิงข้อมูลจาก Plesk FAQ และ System Requirements อย่างเป็นทางการ FAQ for Plesk Obsidian ทำความรู้จัก Extended Lifecycle Support (ELS) แบบง่าย ๆ ELS คืออะไร? ELS (Extended Lifecycle Support) คือ โปรแกรมที่ Plesk ทำขึ้นเพื่อ “ยืดเวลาซัพพอร์ต” ให้กับระบบปฏิบัติการ (OS) ที่หมดอายุ (End of Life / End of Support) ไปแล้ว แต่ยังมีคนใช้อยู่เยอะ หลัก ๆ โปรแกรมนี้จะช่วยให้ Server ที่ใช้ OS หมดอายุ (เช่น Ubuntu 20.04 หลัง EOL) ยังได้รับ อัปเดตด้านความปลอดภัยของ OS ผ่าน TuxCare ELS หรือช่องทางที่ Pleskกำหนด ยังได้รับ อัปเดตของ Plesk Obsidian ต่อไป ยังสามารถส่ง Ticket ขอซัพพอร์ตจากทีม Plesk ได้ พูดง่าย ๆ คือ ELS = “ซื้อเวลาเพิ่ม” ให้ Server เก่าที่ใช้ OS หมดอายุ ยังปลอดภัยและใช้งาน Plesk ได้ต่อไป ซึ่งการที่ Plesk ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการออกแพตช์และดูแลระบบให้ OS ที่หมดอายุแล้ว นั่นแหละคือสาเหตุว่าทำไม ELS ถึง ต้องมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ไทม์ไลน์ ELS สำหรับ Plesk บน Ubuntu 20.04 จากเอกสารของ Plesk (FAQ + System Requirements + ประกาศ ELS) ไทม์ไลน์ของ Ubuntu 20.04 บน Plesk คร่าว ๆ คือ เหตุการณ์สำคัญของ Ubuntu 20.04 เมษายน 2025 Ubuntu 20.04 เข้าสถานะ EOL (End of Life / End of Support) จากฝั่ง Ubuntu หมายถึงถ้าไม่มี ELS จะไม่ได้รับอัปเดตด้านความปลอดภัยใหม่ ๆ จาก OS อีกต่อไป 1 สิงหาคม 2025 – เริ่มต้น ELS Free Period Plesk เริ่มเข้าสู่โหมด ELS สำหรับ Ubuntu 20.04 แต่ให้ช่วงฟรียังไม่คิดเงินค่าธรรมเนียม ELS 31 ธันวาคม 2025 – สิ้นสุดช่วงฟรี ELS ช่วงนี้คือเดดไลน์ทองที่ Plesk และผู้ให้บริการต่าง ๆ แนะนำให้ รีบอัปเกรด OS 1 มกราคม 2026 – เริ่มคิด ELS Tier 1 Billing Period Plesk เริ่มเก็บค่าธรรมเนียม ELS จาก License ที่รันบน Ubuntu 20.04 ผู้ให้บริการอย่าง Bangmod.Cloud ก็จำเป็นต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้ต่อจากลูกค้า 1 กรกฎาคม 2026 – ELS Tier 2 1 มกราคม 2027 – ELS Tier 3 ค่าธรรมเนียม ELS จะมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นเป็นขั้น ๆ (Tier 1 → Tier 2 → Tier 3) ตามไทม์ไลน์ของ Plesk จากข้อมูลล่าสุด Plesk ระบุว่า ELS ของ Ubuntu 20.04 จะดำเนินไปจนถึง 31 ธันวาคม 2027 ซึ่งสะท้อนว่าเป็นการ “ยืดอายุซัพพอร์ต OS ที่หมดอายุไปแล้ว” โดยแลกกับค่าธรรมเนียมต่อเดือนตาม License นั้น ๆ แล้วค่าธรรมเนียม ELS กระทบลูกค้ายังไง? สำหรับผู้ใช้งาน Plesk บน Ubuntu 20.04 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2025 ยังใช้ช่วง ELS Free Period → ยัง ไม่โดนเก็บค่า ELS เพิ่ม ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป License Plesk ที่รันบน Ubuntu 20.04 จะถูก Plesk คิดค่าธรรมเนียม ELS เพิ่ม (ตาม Tier ในแต่ละช่วงเวลา) ผู้ให้บริการ (เช่น Bangmod.Cloud) จึงต้อง เก็บค่าธรรมเนียม ELS เพิ่มจากลูกค้า ตามโครงสร้างราคาที่ Pleskกำหนด รายละเอียดราคาจริง (ต่อ License / ต่อเดือนเท่าไหร่) จะมีการแจ้งให้ลูกค้าโฮสอะตอมทราบภายหลัง สรุปสั้น ๆ คือ ถ้า Server ของคุณยังใช้ Plesk บน Ubuntu 20.04 หลังวันที่ 1 มกราคม 2026คุณจะเริ่มเห็น “ค่าธรรมเนียม ELS” เพิ่มเข้ามาในบิลรายเดือน ถ้าไม่อยากจ่ายเพิ่ม → ต้อง วางแผนอัปเกรด OS ให้จบภายในเดือนธันวาคม 2025 ทำอย่างไร “ไม่ให้โดนเก็บค่าธรรมเนียม ELS”? แนวคิดง่าย ๆ คือ ย้าย Plesk ของคุณไปอยู่บน OS ที่ยังอยู่ในช่วงซัพพอร์ตปกติ (ไม่ต้องใช้ ELS) จากเอกสารของ Plesk ตอนนี้ OS ที่รองรับ Plesk Obsidian เวอร์ชันล่าสุดอย่างเป็นทางการ มีเช่น Ubuntu 22.04 LTS (รองรับใน Plesk Obsidian 18.44 ขึ้นไป) Ubuntu 24.04 (เวอร์ชันใหม่ที่ถูกแนะนำ) AlmaLinux 8 / AlmaLinux 9 Debian 11 / Debian 12 CloudLinux 8 / 9 CentOS 7 (แต่ก็จะเข้าสู่ ELS เช่นกันในอนาคต – ไม่แนะนำใช้ใหม่) ขั้นที่ 1 – ตรวจสอบก่อนว่า Server ตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม ถ้าคุณไม่แน่ใจว่า Server ที่ใช้อยู่ตอนนี้เป็น OS อะไร ให้ลองเช็กง่าย ๆ ใน Plesk → ไปที่ Tools & Settings → Server Information จะเห็นชนิด OS เช่น “Ubuntu 20.04.6 LTS” หรือถ้า SSH เข้าได้ ให้รันคำสั่ง (สำหรับผู้ที่พอใช้คำสั่งได้) lsb_release -a หรือดูใน /etc/os-release ถ้าขึ้นว่า Ubuntu 20.04 และคุณใช้ Plesk อยู่ → คุณคือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียม ELS แน่นอน ขั้นที่ 2 – วางแผน “ไปอยู่ OS ใหม่ตัวไหนดี?” สำหรับคนที่ใช้ Plesk อยู่แล้ว ตัวเลือกยอดนิยมคือ ย้ายไป Ubuntu 22.04 LTS (รองรับ Plesk Obsidian ตั้งแต่ 18.44 เป็นต้นไป) หรือถ้าทางผู้ให้บริการแนะนำ OS อื่น เช่น AlmaLinux 8/9 หรือ Debian 11/12 ก็ใช้ได้เช่นกัน สิ่งที่ควรถามทีมเทคนิค/ผู้ให้บริการคือ ตอนนี้ Plesk เวอร์ชันของคุณรองรับ OS อะไรบ้าง ควรใช้วิธี “ย้ายเครื่อง (migrate)” หรือ “อัปเกรดในเครื่อง (dist-upgrade)” ขั้นที่ 3 – เลือกวิธีอัปเกรด: Migrate vs Dist-upgrade จากเอกสารของ Plesk มีแนวทางแนะนำไว้คร่าว ๆ ว่า ใช้ Plesk Migrator สร้าง Server ใหม่ที่ใช้ OS เวอร์ชันรองรับ (เช่น Ubuntu 22.04) ติดตั้ง Plesk เวอร์ชันแนะนำ ใช้เครื่องมือ Plesk Migrator ย้ายเว็บ / โดเมน / ฐานข้อมูล / อีเมล จากเครื่องเก่า (Ubuntu 20.04) ไปเครื่องใหม่ ข้อดี: ปลอดภัยกว่า มี Downtime น้อย และทดสอบก่อนได้ ทำ dist-upgrade (เฉพาะ Ubuntu/Debian) อัปเกรด OS ในเครื่องเดิมจาก Ubuntu 20.04 → 22.04 วิธีนี้ต้องระวังเรื่อง Version ของ Plesk และ Compatibility ต่าง ๆ มากกว่าการย้ายไปเครื่องใหม่ หากคุณไม่ถนัดด้าน Linux/Server เลย แนะนำอย่างตรงไปตรงมาว่า ควรให้ทีมเทคนิคของผู้ให้บริการ (เช่น ทีม Bangmod.Cloud) เป็นคนวางแผนและลงมือทำให้ทั้งเรื่องสำรองข้อมูล, ทดสอบ, และสลับระบบจริง ถ้า “ยังไม่ว่างทำ” แล้วปล่อยไปเฉย ๆ จะเกิดอะไรขึ้น? กรณีที่ ไม่อัปเกรด OS แล้วปล่อยให้ Plesk บน Ubuntu 20.04 รันต่อไปหลังวันที่ 1 มกราคม 2026: ระบบยังใช้งานได้ เพราะมี ELS คอยช่วยยืดซัพพอร์ต ทั้งแพตช์ด้านความปลอดภัยและอัปเดต Plesk แต่… คุณจะเริ่มถูกเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ELS เพิ่มในบิลรายเดือน ค่าธรรมเนียมมีโอกาสเพิ่มขึ้นตาม Tier: Tier 1 (เริ่ม 1 มกราคม 2026) Tier 2 (เริ่ม 1 กรกฎาคม 2026) Tier 3 (เริ่ม 1 มกราคม 2027) ในมุมธุรกิจ ยิ่งปล่อยไว้นาน → ยิ่งเสียค่า ELS สะสม สุดท้ายก็ยังต้องวางแผนย้าย OS อยู่ดี ดังนั้นทาง Plesk เองและผู้ให้บริการส่วนใหญ่ รวมถึงข้อความประกาศที่ท่านให้มา จึงเน้นว่า ควร “อัปเกรด OS ให้เรียบร้อยภายในเดือนธันวาคม 2025”เพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียม ELS ตั้งแต่ต้น แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติมจาก Plesk ถ้าอยากอ่านข้อมูลเชิงเทคนิค/ทางการจาก Plesk โดยตรง สามารถดูได้ที่ Plesk FAQ – Extended Lifecycle Support (ELS) https://docs.plesk.com/en-US/obsidian/faq/#s3q2 Plesk Documentation ในหน้านั้นจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ ELS คืออะไร OS ไหนบ้างที่เข้าร่วมโปรแกรม (รวมถึง Ubuntu 20.04) ตาราง ELS Free Period และช่วง Tier 1, Tier 2, Tier 3 ข้อจำกัด และคำแนะนำเรื่องการย้ายระบบ ถ้าจะสรุปให้สั้นที่สุดสำหรับเจ้าของ Server ที่ใช้ Plesk บน Ubuntu 20.04 ก็คือ Ubuntu 20.04 หมดซัพพอร์ตจากฝั่ง OS (EOL) ในปี 2025 Plesk ให้ใช้งานต่อได้ผ่านโปรแกรม ELS ฟรีตั้งแต่ 1 ส.ค. 2025 – 31 ธ.ค. 2025 ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026 เป็นต้นไป Plesk จะเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ELS จาก License บน Ubuntu 20.04 ผู้ให้บริการอย่างโฮสอะตอม จึงจำเป็นต้องเรียกเก็บค่าบริการนี้ต่อจากลูกค้า ถ้าไม่อยากเสียค่าธรรมเนียม ELS ระยะยาว ให้ วางแผนอัปเกรด OS ไปยังเวอร์ชันที่ยังได้รับการซัพพอร์ต (เช่น Ubuntu 22.04, AlmaLinux ฯลฯ) ทำให้เสร็จภายใน เดือนธันวาคม 2025 จะดีที่สุด มองในมุมบวก ELS ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่ายเพิ่ม” แต่คือ “เวลาพิเศษ” ให้เราวางแผนย้ายระบบอย่างปลอดภัย ไม่ต้องรีบเสี่ยงอัปเกรดแบบฉุกเฉิน แค่เราใช้ช่วงฟรีให้คุ้ม วางแผนดี และอัปเกรดให้จบทันเดดไลน์ ก็จะเลี่ยงค่า ELS ได้อย่างสวย ๆ การเปลี่ยนจาก Ubuntu 20.04 ไปเป็น OS เวอร์ชันใหม่บน Plesk ไม่ใช่แค่เรื่อง “อัปเกรด OS” แต่เกี่ยวกับทั้ง ความต่อเนื่องของเว็บไซต์และอีเมล ความปลอดภัยของข้อมูล การลด Downtime ระหว่างย้ายระบบ หากคุณใช้ Plesk บน Ubuntu 20.04 อยู่ตอนนี้ และต้องการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียม ELS ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป สามารถติดต่อทีมงาน hostatom เพื่อให้ช่วยวางแผนและดำเนินการอัปเกรด/ย้ายระบบให้แบบเป็นขั้นเป็นตอน ลดความเสี่ยงและประหยัดเวลาได้ค่ะ

Read More »

What Our Users Say

tososay.com

ประทับใจในตลอดทุกการใช้งานที่มีมาตลอด กับ Hostatom ครับ

นอกจากใช้บริการพื้นที่และระบบแล้ว ทีมงานยังใส่ใจ เข้าใจ และรับฟัง การทำงานร่วมกันแม้ว่าจะเป็นระบบหน้าบ้าน ทีมงานก็ให้คำแนะนำที่จะใช้งานกับระบบหลังบ้านหรือโฮสต์ได้อย่างดี ขอบคุณที่ให้บริการมาตลอดครับ แนะนำสำหรับมือใหม่ และมืออาชีพ ไว้วางใจ hostatom ได้ครับ

nailekcook.com

ที่นี่บริการดีมากกกกค่ะ 10/10 ไม่หักคะแนนเลย

ช่วยเหลือ 24 ชม.จริงๆ ให้คำแนะนำ แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้รวดเร็ว พี่ๆ เทคนิค และพี่ๆแอดมิน พูดจาดีมาก ลูกค้าไม่เข้าใจก็พยายามอธิบาย ไม่ผิดหวังเลยค่ะ

guiaespanolentailandia.com

ทีมงานซัพพอร์ตให้บริการดีมากครับ

ผมพึ่งศึกษาการทำเว็บมีปัญหาอะไรทีมซัพพอร์ตของ hostatom ช่วยได้ตลอดเลย ให้คำปรึกษาดี และตอบไวมากเลยครับ