Our Services

Latest Knowledge Updates

จ่ายเงินแล้ว…ทำไมข้อมูลยังไม่ปลอดภัยใน Gmail ส่วนตัว?

13 February 2026

หลายบริษัทเริ่มต้นการทำงานด้วย “Gmail ส่วนตัว” เพราะใช้ง่าย สมัครเร็ว และไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อนพอเอกสารงานเริ่มเยอะขึ้น พื้นที่เก็บไฟล์ไม่พอ ก็เลือกซื้อพื้นที่ Google Drive เพิ่ม แล้วคิดว่า “จ่ายเงินแล้ว น่าจะปลอดภัยแล้วล่ะ” แต่ในความจริง การจ่ายเงินเพิ่มไม่ได้แปลว่าข้อมูลขององค์กรจะปลอดภัยขึ้นเสมอไปเพราะ Gmail และ Google Drive แบบส่วนตัว ถูกออกแบบมาเพื่อ ผู้ใช้รายบุคคล (Personal Use) ไม่ใช่เพื่อการบริหารข้อมูลระดับบริษัท บทความนี้จะช่วยให้เห็นชัดว่า “ความเสี่ยง” อยู่ตรงไหน และทางออกที่เหมาะกับองค์กรควรเป็นแบบใด ทำไม “Gmail ส่วนตัว + ซื้อพื้นที่เพิ่ม” ถึงยังเสี่ยงสำหรับองค์กร? การซื้อพื้นที่เพิ่มช่วยแก้ปัญหา “พื้นที่เต็ม” ได้จริง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่อง “การบริหารข้อมูล” และ “การป้องกันความเสียหาย” ซึ่งเป็นหัวใจของระบบในองค์กร โดยความเสี่ยงที่พบบ่อย มีอย่างน้อย 4 เรื่องหลัก ๆ 1) ลบไฟล์เกิน 30 วัน มีโอกาสหายถาวร หลายคนเข้าใจว่า “ลบแล้วกู้คืนได้” เสมอ แต่ในระบบของ Gmail และ Google Drive ไฟล์ที่อยู่ในถังขยะ (Trash) หากถูกลบ/หรืออยู่เกินระยะเวลาที่ระบบกำหนด อาจไม่สามารถกู้คืนได้ด้วยตัวเอง ประเด็นสำคัญคือ: การกู้คืนข้อมูล ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันได้ 100% สำหรับบัญชีส่วนตัว ถ้าเกิดเหตุผิดพลาดจริง มักต้องพึ่งขั้นตอนติดต่อ Support ซึ่งใช้เวลา และผลลัพธ์ไม่แน่นอน สรุป: แค่ “ลบพลาด” ครั้งเดียว อาจกลายเป็น “ไฟล์หายจริง” ได้ 2) ไม่มี Admin คุมระบบบริษัท (ไม่มีศูนย์กลางบริหารผู้ใช้) องค์กรที่ใช้บัญชีส่วนตัวมักเจอปัญหานี้แบบไม่รู้ตัว คือ ไม่มีผู้ดูแลระบบ (Admin) ที่ควบคุมทุกบัญชีได้จริง สิ่งที่ตามมาคือ: ไม่มีศูนย์กลางจัดการผู้ใช้ทั้งหมด (เช่น ใครเข้าถึงอะไรได้บ้าง) ไม่สามารถกำหนด/บังคับนโยบายด้านความปลอดภัยร่วมกันทั้งบริษัทได้ชัดเจน เมื่อพนักงานลาออก บัญชีและไฟล์งานอาจ “ออกไปพร้อมคน” หรือถูกลบ/เปลี่ยนสิทธิ์โดยควบคุมไม่ได้ สรุป: ข้อมูลสำคัญของบริษัทอาจกระจายอยู่กับคน ไม่ได้อยู่กับระบบ 3) Google ไม่ได้การันตีการกู้คืนข้อมูลสำหรับบัญชีส่วนตัว (ไม่มี SLA สำหรับธุรกิจ) อีกจุดที่หลายบริษัทเพิ่งรู้เมื่อเกิดปัญหา คือ บัญชี Gmail/Drive แบบส่วนตัว ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีการรับประกันระดับองค์กร สิ่งที่มักเกิดขึ้น: หากข้อมูลหาย ต้องดำเนินการติดต่อเองทุกขั้นตอน ระยะเวลาการช่วยเหลืออาจนาน และผลลัพธ์ไม่แน่นอน ไม่มี SLA (Service Level Agreement) แบบที่ระบบองค์กรควรมี สรุป: เวลามีเหตุจริง องค์กรอาจต้อง “รอลุ้น” แทนที่จะ “กู้คืนได้ตามแผน” 4) จ่ายเงินเพิ่ม แต่สิ่งที่ได้คือ “พื้นที่” ไม่ใช่ “ระบบป้องกันข้อมูล” ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพิ่มใน Google Drive แบบส่วนตัว โดยหลัก คือ ซื้อพื้นที่จัดเก็บ (Storage) แต่สิ่งที่องค์กรต้องการจริง ๆ คือ: ระบบบริหารจัดการข้อมูล ระบบกำหนดสิทธิ์และนโยบาย ระบบสำรองข้อมูลเพื่อกู้คืนเมื่อเกิดเหตุ (Backup/Restore) ดังนั้นแม้จะจ่ายเงินเพิ่ม แต่ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ เช่น ลบไฟล์ผิดพลาด (Human error) ไฟล์เสียหาย/ซิงก์เพี้ยน โดนมัลแวร์หรือ Ransomware แชร์ไฟล์ผิดคน/สิทธิ์หลุด สรุป: พื้นที่เพิ่มช่วยเก็บได้เยอะขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้ “ปลอดภัยขึ้น” ในมุมองค์กร ทางออกที่เหมาะสำหรับองค์กร: Google Workspace + ระบบ Backup ถ้าองค์กรต้องการทั้งความเป็นมืออาชีพ ความปลอดภัย และการจัดการที่เป็นระบบ คำตอบไม่ใช่แค่เพิ่มพื้นที่ แต่คือ “วางโครงสร้างให้ถูกตั้งแต่ต้น” Google Workspace ช่วยอะไรได้บ้าง? Google Workspace ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานระดับองค์กรโดยเฉพาะ ทำให้ได้ความสามารถที่บัญชีส่วนตัวไม่มี เช่น Admin Console สำหรับบริหารผู้ใช้ทั้งองค์กรจากศูนย์กลาง แยกบัญชีงานออกจากบัญชีส่วนตัวชัดเจน (ลดความเสี่ยงข้อมูลปนกัน) จัดการสิทธิ์การเข้าถึง Gmail, Drive และ Shared Drive ได้เป็นระบบ รองรับการทำงานร่วมกันเป็นทีม และเหมาะกับการเติบโตระยะยาว ตั้งค่านโยบายความปลอดภัยร่วมกันทั้งบริษัทได้ (เช่น บังคับ 2FA, จำกัดการแชร์ไฟล์ ฯลฯ) แต่มีประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ถูกคือ… Google Workspace อย่างเดียว “ยังไม่ใช่ Backup” หลายคนเข้าใจว่าใช้ Workspace แล้ว “ปลอดภัย” และ “กู้คืนได้เสมอ”แต่ในทางปฏิบัติ Workspace คือระบบสำหรับทำงาน (Productivity Platform)ส่วน Backup คือระบบประกันความเสียหาย (Insurance Layer) เปรียบเทียบง่าย ๆ: Google Workspace คือ บ้านที่คุณอยู่และทำงาน Backup คือ ประกันบ้าน + แผนกู้คืนเมื่อเกิดเหตุ ดังนั้นถ้าองค์กรต้องการความต่อเนื่องจริง (Business Continuity) ควรมี Backup แยกต่างหากเสมอ เพิ่มเกราะป้องกันอีกชั้น ด้วยระบบ Backup สำหรับ Google Workspace จาก hostatom hostatom ออกแบบบริการ Backup สำหรับ Google Workspace เพื่อช่วยองค์กรลดความเสี่ยง “กู้ไม่ได้” เมื่อเกิดเหตุจริง สิ่งที่ได้จากระบบ Backup ของ hostatom สำรองข้อมูล Gmail, Google Drive และ Shared Drive แบบอัตโนมัติ กู้คืนข้อมูลได้แม้ไฟล์ถูกลบไปแล้ว สูงสุด 180 วัน ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของคน ระบบ และภัยไซเบอร์ ไม่ต้องตั้งค่าเอง ทีม hostatom ช่วยดูแลให้ครบ ตั้งแต่เริ่มใช้งานจนซัพพอร์ตหลังบ้าน เหมาะกับใคร? บริษัทที่ข้อมูลสำคัญ “หายไม่ได้” ธุรกิจที่ต้องการความต่อเนื่องในการทำงาน (Business Continuity) องค์กรที่ไม่อยากเสี่ยงกับคำว่า “กู้ไม่ได้” หรือ “ต้องลุ้น” การจ่ายเงินเพิ่มไม่ได้หมายความว่าข้อมูลจะปลอดภัยเสมอไป Gmail ส่วนตัว + ซื้อพื้นที่ Drive เพิ่ม อาจพอสำหรับ “การใช้งานส่วนบุคคล” แต่เมื่อเป็น “ข้อมูลบริษัท” ที่เกี่ยวกับงาน ลูกค้า สัญญา และเอกสารสำคัญ สิ่งที่องค์กรควรมีคือ “Google Workspace + ระบบ Backup สำหรับองค์กร” เพราะนี่คือแนวทางที่ทำให้: จัดการบัญชีและสิทธิ์ได้เป็นระบบ แยกงานออกจากส่วนตัวชัดเจน มีแผนกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดเหตุจริง หากคุณไม่อยากรอให้ “ข้อมูลหายก่อน แล้วค่อยแก้” การวางระบบตั้งแต่วันนี้ คือการลดต้นทุนและความเสี่ยงในอนาคต สนใจ Google Workspace และระบบ Backup สำหรับองค์กร ให้ทีม hostatom ช่วยดูแลตั้งแต่ย้ายระบบ สำรองข้อมูล ไปจนถึงซัพพอร์ตหลังบ้านได้เลย

Read More »

การตั้งค่า Google Admin Console สำหรับองค์กรใหม่ (เริ่มต้น)

6 February 2026

หลังจากสมัคร Google Workspace และสร้าง Tenant ขององค์กรเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่แอดมินควรทำเป็นอย่างแรก ๆ คือการเข้าไปตั้งค่า “พื้นฐานระบบ” ใน Google Admin Console ให้ตรงกับองค์กรของเรา เช่น ชื่อบริษัท ภาษา เขตเวลา และข้อมูลองค์กรอื่น ๆ การตั้งค่าเหล่านี้เปรียบเหมือน “จัดบ้านก่อนเข้าอยู่” เพราะจะเป็นค่ากลางของทั้งระบบ ใช้ร่วมกันกับผู้ใช้ทุกคนในองค์กร ช่วยลดปัญหาอย่างเช่น เวลาในปฏิทินเพี้ยน ภาษาเมนูไม่ตรงกับคนใช้งานจริง หรือข้อมูลองค์กรแสดงไม่ถูกต้องในบริการต่าง ๆ ของ Google คู่มือนี้จะพาเดินทีละขั้น แบบไม่ลงลึก ใช้ได้กับแอดมินมือใหม่ที่เพิ่งเข้า admin.google.com ครั้งแรก อ่านแล้วทำตามได้เลย ขั้นตอนการตั้งค่า Admin Console เบื้องต้น หมายเหตุ: หน้าตาเมนูอาจมีเปลี่ยนเล็กน้อยตามเวอร์ชัน แต่โครงหลักจะใกล้เคียงกัน การตั้งค่าข้อมูลองค์กร (Profile ขององค์กร) ให้ Login เข้าสู่หน้า Admin Console ด้วย URL: admin.google.com ล็อกอินด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ (Admin) ของ Google Workspace จากนัันคลิก Next ใส่รหัสผ่านของแอดมินจากนั้นกดปุ่ม Next ที่เมนูด้านซ้าย มองหาเมนู “Account” => “Account settings” คลิกที่ “Profile” ที่ Name ให้คลิกที่รูปดินสอด้านหลัง จากนั้นใส่/เปลี่ยนชื่อองค์การของคุณเมื่อเรียบร้อยแล้วกด “SAVE” ตั้งค่าภาษาเริ่มต้น (Default language) เพื่อให้เมนูและบริการสอดคล้องกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ควรกำหนดภาษาเริ่มต้นขององค์กรก่อน ที่ “Profile” เลื่อนลงมาด้านล่างจนพบกับ “Language and Timezone” ที่ “Language” คลิกรูปดินสอ จากนั้นคลิกที่ ลูกศรลง เลือกภาษาที่ต้องการ เมื่อเรียบร้อยแล้ว กด “SAVE” เพื่อบันทึกการตั้งค่า ผู้ใช้แต่ละคนยังสามารถไปตั้งค่าภาษาของบัญชี Google ตนเองได้ในภายหลัง แต่การตั้งค่าระดับองค์กรนี้ช่วยให้ทิศทางเริ่มต้นตรงกัน ตั้งค่าเขตเวลา (Time zone) เขตเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมีผลกับ Calendar, เวลาใน Gmail และ Log ต่าง ๆ ซึ่งสามารถไปตั้งค่าได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้ ที่ “Profile” เลื่อนลงมาด้านล่างจนพบกับ “Language and Timezone” ที่ “Timezone” คลิกรูปดินสอ จากนั้น Country: เลือกประเทศ Timezone: เลือกเวลา จากนั้นกด “SAVE” เพื่อบันทึกการตั้งค่า จากนี้ไป บริการหลักของ Google Workspace จะใช้เขตเวลานี้เป็นค่ากลาง (แม้ผู้ใช้แต่ละคนยังตั้งค่าเขตเวลาของตัวเองได้ใน Google Calendar แต่การกำหนดค่า default ให้ถูกตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหานัดประชุมเวลาไม่ตรงกัน) ตรวจค่าทั่วไปที่ควรรู้ หลังจากตั้งชื่อองค์กร ภาษา และเขตเวลาแล้ว แนะนำให้แอดมินใหม่ลองเดินดูเมนูหลัก ๆ ให้คุ้นหน้าจอก่อน เช่น Users (ผู้ใช้) ดูว่าตอนนี้มีบัญชีอะไรอยู่บ้าง รู้ตำแหน่งเมนูเผื่อสร้าง User เพิ่มในอนาคต Apps > Google Workspace เห็นรายการบริการที่เปิดให้ใช้ เช่น Gmail, Drive, Meet, Calendar ยังไม่ต้องปรับ Policy แค่ดูให้คุ้นว่าบริการหลักอยู่ตรงไหน Billing (การเรียกเก็บเงิน) ตรวจดูประเภทแพ็กเกจ (เช่น Business Starter, Business Standard ฯลฯ) ในขั้นต้นนี้ ขอให้ “สำรวจหน้าบ้าน” ก่อน ยังไม่ต้องไปยุ่งกับ Security, 2-Step Verification หรือการตั้งค่า SSO ให้ซับซ้อน การตั้งค่าเริ่มตันใน Admin Console สำหรับองค์กรใหม่บน Google Workspace ไม่ได้ซับซ้อนมาก ถ้าแบ่งทีละขั้นแบบนี้ หลังจากสร้าง Tenant ใหม่ สิ่งที่ควรทำคือ เข้าสู่ admin.google.com ด้วยบัญชีแอดมิน ตั้งค่า ข้อมูลองค์กร (Profile) ให้ถูกต้อง เช่น ชื่อบริษัท ประเทศ ที่อยู่ และอีเมลติดต่อ กำหนด ภาษาเริ่มต้น ให้เหมาะกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ในองค์กร ตั้งค่า เขตเวลา (Time zone) ให้ตรงกับประเทศที่ใช้งานจริง เช่น Asia/Bangkok สำรวจเมนูหลักอย่าง Users, Apps, Billing เพื่อให้คุ้นกับหน้าตา Admin Console เมื่อฐานเหล่านี้ถูกตั้งให้เรียบร้อย การจะต่อยอดไปสู่การสร้างผู้ใช้ การย้ายอีเมลเข้า Google Workspace หรือการตั้งค่าความปลอดภัยเพิ่มเติมก็จะง่ายและเป็นระบบมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งปรับย้อนทีหลังให้ยุ่งยาก การตั้งค่าเริ่มต้นของ Google Workspace สำคัญมาก เพราะเป็นจุดตั้งต้นของทั้งระบบ ถ้าองค์กรของคุณ เพิ่งเริ่มใช้ Google Workspace และอยากตั้งค่า Tenant ให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ต้องการช่วยวางโครงสร้างผู้ใช้ แผนก และสิทธิ์การเข้าถึง อยากย้ายอีเมลจากระบบเดิม (เช่น cPanel, Plesk, ระบบโฮสติ้งอื่น) มาอยู่บน Google Workspace ทีมงาน hostatom สามารถช่วยดูแลให้ครบ ตั้งแต่การเตรียมโดเมน, ตั้งค่า Admin Console เบื้องต้น, จนถึงการ migrate อีเมลและเทรนนิ่งการใช้งานให้กับทีมงานของคุณ หากองค์กรของคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยวางระบบและดูแล Google Workspace อย่างครบวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นใช้งานไปจนถึงการดูแลต่อเนื่องระยะยาว 👉 ดูรายละเอียดบริการได้ที่Google Workspace โดย hostatom – https://www.hostatom.com/google-workspace/

Read More »

ทำความรู้จักกับ Email Forwarder ระบบส่งต่ออีเมลที่ช่วยจัดการอีเมลได้อย่างมืออาชีพ

5 February 2026

เคยไหมที่อยากให้ลูกค้าส่งอีเมลมาที่ชื่อบริษัทของคุณ แต่สุดท้ายต้องไปเช็กอีเมลที่ Gmail ส่วนตัวแทน? หรือบางทีมีหลายบัญชีอีเมลจนจัดการไม่ไหว เรามาทำความรู้จักกับ Email Forwarder เครื่องมือที่ช่วยจัดการอีเมลได้แบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องสร้างกล่องอีเมลใหม่เพิ่ม หรือล็อกอินหลายที่ให้วุ่นวาย Email Forwarder คืออะไร? Email Forwarder คือระบบส่งต่ออีเมลอัตโนมัติจากอีเมลหนึ่งไปยังอีกอีเมลหนึ่ง เช่น เมื่อมีคนส่งอีเมลมาที่ support@yourdomain.com ระบบจะส่งต่ออีเมลฉบับนั้นไปยัง yourname@gmail.com โดยอัตโนมัติทันที สิ่งสำคัญก็คือ Email Forwarder ไม่ได้สร้างกล่องจดหมายใหม่บนเซิร์ฟเวอร์ แต่เป็นเพียงตัวกลางที่รับอีเมลแล้วส่งต่อไปยังปลายทาง Email Forwarder ทำงานยังไง? ผู้ส่งส่งอีเมลมายังโดเมนของคุณ เซิร์ฟเวอร์อีเมลตรวจสอบว่าที่อยู่นี้ตั้งค่า Forwarder ไว้หรือไม่ หากมีการตั้งค่าไว้ ระบบจะส่งต่ออีเมลไปยังอีเมลปลายทางที่กำหนดทันที ผู้รับสามารถอ่านอีเมลได้จากปลายทางที่กำหนดไว้ เช่น Gmail หรือ Outlook Email Forwarder เหมาะกับผู้ใช้แบบไหน? 1. เจ้าของเว็บไซต์มือใหม่ที่อยากเพิ่มความเป็นมืออาชีพ หลายคนที่เริ่มทำเว็บใหม่มักอยากใช้อีเมลที่เป็นโดเมนของตัวเอง เช่น info@yourdomain.com เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือกว่าการใช้ Gmail ส่วนตัว การใช้ Email Forwarder จะช่วยให้คุณสามารถอ่านอีเมลที่ลูกค้าส่งมายังอีเมลโดเมนผ่าน Gmail/Outlook ที่เคยใช้งานอยู่แล้วได้เลย ตัวอย่างการใช้งาน กำหนดอีเมล info@yourdomain.com ให้ forward ไปที่ yourname.work@gmail.com 2. ธุรกิจขนาดเล็ก หรือทีมเล็ก ๆ ที่อยากรวมอีเมลเข้าไว้ในที่เดียว ในร้านค้าออนไลน์ ทีมบริการลูกค้า หรือทีมขายที่มักมีหลายอีเมล เช่น sales@, support@, order@, billing@ หากต้องเข้าไปเช็กทีละกล่อง จะเสียเวลาและมีโอกาสพลาดเมลสำคัญ การใช้ Email Forwarder จะช่วยจัดระเบียบ ด้วยการส่งต่อมาที่อีเมลกลางของทีม ตัวอย่างการใช้งาน กำหนดอีเมล sales@yourdomain.com ให้ forward ไปที่ sales.team@company.com กำหนดอีเมล support@yourdomain.com ให้ forward ไปที่ helpdesk@company.com 3. เจ้าของกิจการที่มีหลายแบรนด์/หลายเว็บไซต์ แต่อยากจัดการง่าย สำหรับบางคนมีหลายโดเมน เช่น เว็บบริษัท เว็บร้านค้า เว็บแคมเปญ หรือเว็บสำหรับโฆษณาเฉพาะกิจ ถ้าต้องสร้าง Mailbox แยกทุกโดเมนก็คงจะวุ่นและต้องดูแลเยอะเกินไป การใช้ Email Forwarder จะช่วยให้แต่ละโดเมนมีอีเมลของตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องแยกการใช้งานจริง ตัวอย่างการใช้งาน กำหนดอีเมล contact@brandA.com ให้ forward ไปยัง Gmail เดียวกัน กำหนดอีเมล contact@brandB.com ให้ forward ไปยัง Gmail เดียวกัน 4. คนที่อยากทำอีเมลที่ไม่ผูกกับคนใดคนหนึ่ง ในธุรกิจที่มีพนักงานอยู่หลายคน มักจะไม่อยากให้ลูกค้าจำชื่อพนักงาน เช่น nina@company.com, tom@company.com เพราะถ้าคนคนนั้นลาออกก็ต้องเปลี่ยนหมดทุกอย่าง การใช้ Email Forwarder จะช่วยสร้างอีเมลที่แบ่งตามหน้าที่ เช่น support@, hr@, partnership@ แล้วส่งต่อไปยังคนรับผิดชอบจริงในช่วงนั้น หรือเมื่อมีการเปลี่ยนคน ก็เพียงแค่เปลี่ยนปลายทางของ forward โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนหน้าเว็บ นามบัตร หรือเอกสาร ตัวอย่างการใช้งาน กำหนดอีเมล hr@company.com ให้ forward ไปที่ hr.manager@company.com 5. คนที่ยังไม่จำเป็นต้องเก็บเมลบนโฮสติ้ง แต่อยากรับเมลได้อยู่ ในบางเคสที่แค่อยากรับข้อความติดต่อจากหน้าเว็บ หรือรับใบสั่งซื้อ ไม่ได้ต้องการเก็บประวัติไว้บนเซิร์ฟเวอร์โฮสติ้ง การใช้ Email Forwarder จะทำหน้าที่ “รับแล้วส่งต่อ” ให้คุณไปอ่านที่ปลายทางหลักทันที ตัวอย่างการใช้งาน กำหนดอีเมล order@yourdomain.com ให้ forward ไปยัง Gmail เจ้าของร้าน กำหนดอีเมล contact@yourdomain.com ให้ forward ไปยังอีเมลของผู้ดูแลเว็บไซต์ หมายเหตุ ในบางครั้ง Email Forwarder อาจไม่ตอบโจทย์กับคนที่ต้องการให้เก็บอีเมลไว้บนโฮสติ้งเป็นหลัก (ใช้ Mailbox จริง) หรือใช้คนหลายคนทำงานร่วมกันแบบมีสิทธิ์จัดการ/ติดตาม (ใช้ระบบกล่องกลางหรือ helpdesk) ข้อดีของ Email Forwarder ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องสร้าง Mailbox เพิ่ม ช่วยรวมอีเมลหลายบัญชีไว้ในที่เดียว เหมาะกับการเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ ข้อควรรู้ก่อนใช้งาน Email Forwarder แม้ Email Forwarder จะมีความสะดวกก็ตาม แต่ก่อนใช้งาน เพื่อลดปัญหาอีเมลตีกลับ หรือถูกมองว่าเป็น Spam ควรคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้ หากกำหนดปลายทางเป็น Gmail หรือ Outlook ควรตั้งค่า SPF และ DKIM ให้ถูกต้อง ไม่ควรตั้ง Forward แบบวนซ้ำ เพราะอาจทำให้อีเมลส่งไม่สำเร็จ หากต้องการเก็บอีเมลต้นทางไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ต้องมีการตั้งค่าเพิ่มเติม Email Forwarder ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งต่ออีเมลจากโดเมนของคุณไปยังปลายทางอื่นแบบอัตโนมัติ เหมาะกับทั้งมือใหม่และธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการความสะดวกในการจัดการอีเมล หากตั้งค่าอย่างถูกต้อง Email Forwarder จะช่วยให้คุณใช้งานอีเมลได้ง่ายและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยที่ไม่พลาดข้อความสำคัญ หากคุณกำลังมองหาเว็บโฮสติ้งที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจ Web Hosting ของเราได้ที่👉 https://www.hostatom.com/web-hosting

Read More »

What Our Users Say

tososay.com

ประทับใจในตลอดทุกการใช้งานที่มีมาตลอด กับ Hostatom ครับ

นอกจากใช้บริการพื้นที่และระบบแล้ว ทีมงานยังใส่ใจ เข้าใจ และรับฟัง การทำงานร่วมกันแม้ว่าจะเป็นระบบหน้าบ้าน ทีมงานก็ให้คำแนะนำที่จะใช้งานกับระบบหลังบ้านหรือโฮสต์ได้อย่างดี ขอบคุณที่ให้บริการมาตลอดครับ แนะนำสำหรับมือใหม่ และมืออาชีพ ไว้วางใจ hostatom ได้ครับ

nailekcook.com

ที่นี่บริการดีมากกกกค่ะ 10/10 ไม่หักคะแนนเลย

ช่วยเหลือ 24 ชม.จริงๆ ให้คำแนะนำ แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้รวดเร็ว พี่ๆ เทคนิค และพี่ๆแอดมิน พูดจาดีมาก ลูกค้าไม่เข้าใจก็พยายามอธิบาย ไม่ผิดหวังเลยค่ะ

guiaespanolentailandia.com

ทีมงานซัพพอร์ตให้บริการดีมากครับ

ผมพึ่งศึกษาการทำเว็บมีปัญหาอะไรทีมซัพพอร์ตของ hostatom ช่วยได้ตลอดเลย ให้คำปรึกษาดี และตอบไวมากเลยครับ